ทีมงานคิด ปั้น เปลี่ยน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การขับเคลื่อนการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยในเด็กและเยาวชน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 – 30 ตุลาคม 2565 ณ โรงแรมนาดี 10 (Nadee 10 Resort & Hotel) จังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการดำเนินงานการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เติมเต็มมุมมอง ความรู้ความคิดจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เกิดการรวบรวมข้อมูลประมวลผลเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำชุดความรู้การส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยระดับท้องถิ่นที่เหมาะสมกับการนำไปใช้จริงในพื้นที่ รวมไปถึงข้อเสนอแนะ หรือแนวทางในการขยายผลที่เป็นไปได้มากที่สุด โดยมีนายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้ที่บุกเบิกโครงการถุงยางอนามัย 100% ที่มีประสบการณ์การขับเคลื่อนในทุกระดับมาอย่างยาวนาน มาร่วมพบปะพูดคุย เสริมพลังให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม และได้รับเกียรติจากอาจารย์จิตติมา ภาณุเตชะ สมาคมเพศวิถีศึกษา และอาจารย์ปรียากมล น้อยกร ผู้ให้คำปรึกษาการทำกระบวนการพัฒนากลุ่ม สร้างทีม มาร่วมเป็นวิทยากรในครั้งนี้
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมโดยรวมเป็นไปตามจำนวนที่ตั้งไว้ สอดคล้องกับแนวคิดในการขับเคลื่อนอย่างมีส่วนร่วมโดยใช้พีระมิดการมีส่วนร่วมเป็นตัวตั้ง ผู้เข้าร่วมมีความหลากหลายทั้งหน่วยงานและครอบคลุมทุกระดับที่มีส่วนสนับสนุนให้การส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยเข้าถึงระดับบุคคล (เด็กและเยาวชน)
โจทย์ร่วมในการเดินหน้าต่อและกิจกรรมในครั้งนี้
1.) แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานการใช้ถุงยางอนามัยของเด็กและเยาวชน
2.) ต่อยอดความคิด สกัดความรู้
3.) พัฒนาแนวทางขับเคลื่อนในระดับพื้นที่
นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร กล่าวว่า ดีใจที่ได้ยิน หนทางข้างหน้ายังอีกไกลมาก กระทรวงสาธารณสุขโดยกองโรคเอดส์ อาจจะไม่ได้มองเหมือนที่เรามอง เช่น เราบอกว่าเราจะส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย แต่กระทรวงสาธารณสุขอาจจะไปส่งเสริมเรื่องยา ถ้ากระทรวงสาธารณสุขเดินมาผิดทางเราจะเตือนได้อย่างไร เราต้องเตือนด้วยการกระทำที่แสดงให้เห็น ถ้ามีคนสองคนทำงานที่คล้ายกันแต่คนละพื้นที่ ผลลัพธ์อาจจะต่างกัน และ/หรือทั้งสองอาจจะมองต่างกัน คนที่หนึ่งบอกว่าได้ทำ ดีใจที่เหนื่อยในการที่ได้ไปทำ คนที่สองมองว่าต้องสำเร็จ โดยภาษาอังกฤษมีการใช้อยู่ 2 คำคือ 1.) Best Practice 2.) Effective Intervention ซึ่งทั้งสองคำนี้มีความแตกต่างกัน
- Best Practice คุณทำได้ดี ทำตามรูปแบบ รู้ทิศทางที่จะไป
- Effective Intervention อาจจะไม่ได้ทำตามรูปแบบ
วิธีในการทำงานต้องมีหลากหลายรูปแบบ การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จด้วยความรู้พบปัญหาอยู่ 2 เรื่อง ได้แก่ 1.) ยาเสพติด เหล้า บุหรี่ 2.) การให้ความรู้ ส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย การให้ความรู้ในสิ่งที่เราทำถ้ามองเชิงระบบเราจะได้งานเป็นระบบโครงการ ทุกคนต้องทำ สั่งการโดยครู เราต้องคิดเชิงระบบและคิดเชิงโครงการสร้างให้ทุกคนต้องรู้ ทุกคนต้องใช้ ทุกคนต้องทำ รวมถึงการรักษาตามโรคในประเทศไทยนั้นดีที่สุด
ถุงยางอนามัยมีการใช้สโลแกนบังคับ โดยประมาณ 90% ใช้ถุงยางอนามัยที่มาจากหญิงบริการ ฉะนั้นเราต้องให้หญิงบริการใช้ถุงยางอนามัยให้ได้ แต่หญิงบริการไม่มีอำนาจในการต่อรอง ก่อเกิดกามโรค โรคเอดส์ไม่ลดลง มีความหวังว่าต้องสร้างรูปแบบให้สามารถใช้ได้จริงที่รูปแบบไม่เฉพาะการให้ความรู้เพียงอย่างเดียวแต่ต้องสามารถใช้วิธีต่าง ๆ ควบคู่กันไป รวมถึงการใช้วิธี “เพื่อนช่วยเพื่อน”กลไกในการทำงานระดับพื้นที่ที่จะช่วยทำงาน คือ 1.) พชอ. มีนโยบายที่จะต้องทำเรื่องถุงยางอนามัย2.) สมัชชาสุขภาพจังหวัด 3.) คณะกรรมการเอดส์จังหวัด 4.) กรรรมการอนามัยจังหวัด กรรมการระดับชาติ และต้องร่วมมือกันทำอย่างเป็นเชิงระบบ ผมคิดว่าถ้าพวกเราไหน ๆ จะเหนื่อยแล้ว พวกเราต้องเหนื่อยอย่างได้ผล ขอให้พวกเราคิดอย่างอัจฉริยะ มองเป็นระบบ และพยายามขับเคลื่อนในการทำงานอย่างไม่เหนื่อย เพราะเราให้คนอื่นทำแต่เราเป็นผู้ประสานการทำงาน ไม่ใช่มุ่งให้ความรู้ประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เราจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ขอบคุณครับ















